สรุป วิเคราะห์ ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มพุทธิปัญญา
จากภาพยนตร์เรื่อง Inside
Out มหัศจรรย์อารมณ์อลเวง
สรุปเรื่อง
INSDIE OUT
Inside
Out เป็นเรื่องราวของ ไรลีย์ เด็กหญิงวัย 11 ปี
ที่เติบโตขึ้นมาในชีวิตแบบตะวันตกตอนกลาง และจำต้องย้ายบ้านตามพ่อแม่มายังเมืองซาน
ฟรานซิสโก หลังจากพ่อของต้องมาเริ่มงานที่ใหม่ ณ เมืองที่ไรลีย์ไม่คุ้นเคย
ชีวิตของไรลีย์ต้องเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
เธอต้องปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ที่แตกต่างออกไปจากเดิม และต้องเผชิญกับอารมณ์มากมายที่เข้ามาหลังจากการเปลี่ยนแปลงชีวิตครั้งนี้ของเธอ
จนนำมาสู่การแสดงออกทางอารมณ์ต่างๆ ทั้ง 5 ได้แก่ ความสุข (Joy), ความกลัว(Fear), ความโกรธ (Anger), ความน่ารังเกียจ (Disgust)
และความเศร้า (Sadness)

เมื่ออารมณ์ทั้งหมดอาศัยอยู่ในศูนย์บัญชาการใหญ่ซึ่งเป็นศูนย์ควบคุมส่วนกลางภายในจิตใจของ ไรลีย์ที่พวกเขาคอยช่วยแนะนำเธอให้ผ่านชีวิตในแต่ละวันได้
เมื่อไรลีย์และเหล่าอารมณ์ของเธอต้องปรับตัวกับการใช้ชีวิตในซานฟรานซิสโก
ความโกลาหลวุ่นวายก็คืบคลานมายังศูนย์บัญชาการใหญ่ แม้ ความสุข ซึ่งเป็นอารมณ์หลักและสำคัญที่สุดของไรลีย์พยายามจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น
ทว่าเหล่าอารมณ์ทั้งหลายกลับขัดแย้งกันเองในการใช้ชีวิตท่ามกลางเมือง
ทุกสถานการณ์ที่ตัวอารมณ์เหล่านี้ตอบสนอง
จะก่อให้เกิดเป็นลูกบอลความทรงจำซึ่งจะไหลมาเก็บไว้ที่ “ความทรงจำระยะสั้น” ซึ่งอยู่ใกล้กับแผงควบคุม
อารมณ์ทั้งห้าสามารถหยิบของพวกนี้มาใช้ได้ในทันที
หลังจากนั้นลูกบอลบางส่วนจะถูกส่งไปยังสถานที่เก็บ “ความทรงจำระยะยาว” ซึ่งเกี่ยวพันกับการสร้างตัวบุคลิกของตัวไรลีย์ขึ้นมา
สิ่งที่ได้จากการดูหนัง
1.
ทำให้รู้จักกับกระบวนการทำงานภายในสมอง
ทางด้านการควบคุมอารมณ์ในรูปแบบต่างๆ
2.
ได้ความรู้เกี่ยวกับความทรงจำระยะสั้น และความทรงจำระยะยาว
3. ได้รับความสนุกสนานเพลิดเพลิน
พร้อมทั้งได้รับความรู้จากการดูหนัง
4. เป็นการหาทางที่จะทำให้อารมณ์ในทุกๆด้านมีสมดุล
ทำงานด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ และหาทางที่ใช้ประโยชน์จากแต่ละอารมณ์ในแต่สถานการณ์ที่เหมาะสม
5. อารมณ์สามารถทำให้คนเกิดแรงจูงใจในการทำสิ่งต่างๆ
6. ทำให้ตระหนักถึงสิ่งที่รับรู้
การใช้อารมณ์ และกระบวนการในการทำงาน
7. ถ้าเราไม่จำจด
ไปนานๆความทรงจำนั้นก็จะค่อยๆ เลือนหายไป
8. จินตนาการในวัยเด็ก ถ้าเราลืมมันไป
ความทรงจำก็จะหายไปด้วย
ทฤษฎีการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้อง
1.
ทฤษฎีพัฒนาการเชาว์ปัญญาของเพียเจย์
เมื่อไรลีย์เจริญเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จะพบว่าเชาว์ปัญญามีการพัฒนาขึ้นด้วย
เมื่อย้ายที่อยู่ใหม่พบเจอกับสิ่งแวดล้อมใหม่ ๆ
ก็จะเกิดการปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมนั้น ซึ่งประกอบด้วยกระบวนการสำคัญ 2 อย่าง คือ การดูดซึมหรือซึมซาบเข้าสู่โครงสร้างทางปัญญา (Assimilation)
และการปรับโครงสร้างทางปัญญา (Accommodation)
2.
ทฤษฎีการเรียนรู้โดยการค้นพบของบรูเนอร์
เมื่อไรลีย์เจริญเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ
ก็จะมีพัฒนาการทางความรู้ความเข้าใจ หรือการรู้คิด โดยเก็บประสบการณ์ความรู้ต่าง ๆ
ผ่านทางการรับรู้ทุกช่องทางสัมผัส โดยผ่านกระบวนการที่เรียกว่า Acting,
Imagine และ Symbolizing ซึ่งอยู่ในขั้นพัฒนาการทางปัญญา
คือ Enactive, Iconic และ Symbolic ก่อให้กระบวนการที่เกิดขึ้นตลอดชีวิต
เรียกว่า Representation
3.
ทฤษฎีการเรียนรู้อย่างมีความหมายของออซูเบล
การเรียนที่ผู้เรียนได้รับมาจากการที่ผู้สอนอธิบายสิ่งที่จะต้องเรียนรู้ให้ทราบ
และผู้เรียนรับฟังด้วยความเข้าใจ
โดยผู้เรียนเห็นความสัมพันธ์ของสิ่งที่เรียนรู้กับโครงสร้างทางปัญญาที่ได้รับเก็บในความทรงจำ
และจะสามารถนำมาใช้ในอนาคต
จะเห็นว่าพ่อของไรลีย์ได้สอนให้ลูกสาวของตนหัดเล่นกีฬาฮอกกี้
ซึ่งเป็นกีฬาประจำครอบครัว และไรลีย์ก็เกิดกระบวนการเรียนรู้และเกิดเป็นทักษะ
ทำให้ทีมชนะการแข่งขันกีฬาฮอกกี้ ก่อเกิดเป็นความสุขและถูกเก็บไว้ในความทรงจำ
เมื่อนึกถึงเมื่อไหร่สมองก็จะทำการสั่งการให้สร้างภาพขึ้นในห้วงสมองให้เห็นภาพและรู้สึกถึงความรู้สึกนั้นอีกเรื่อย
ๆ ไป
4.
ทฤษฎีประมวลสารสนเทศ
ไรลีย์ได้รับสิ่งเร้าจากสิ่งแวดล้อมภายนอก ได้แก่ ครอบครัว เป็นต้น
ซึ่งสอนให้เธอได้รู้จักและปลูกฝังให้ไรลีย์ชอบและเห็นถึงความสำคัญของกีฬาฮอกกี้
จนทำให้ไรลีย์เกิดความสนใจและใส่ใจที่จะเล่น
เมื่อเกิดการเรียนรู้และฝึกฝนจนชำนาญจึงทำให้แข่งขันชนะ ส่งผลให้ไรลีย์มีความสุขมาก
เพราะเป็นความภาคภูมิใจในสมัยเด็ก จากนั้นสมองก็จะเก็บความทรงจำนี้ไว้
เมื่อไรลีย์นึกถึงเมื่อไหร่ก็สร้างภาพขึ้นในสมอง
ทำให้นึกถึงความสุขในตอนนั้นไปตลอดชีวิต
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น